--- โฆษณาตำแหน่งนี้ (หมุนวนไม่เกิน 10 อัน) เพียง 5,000/เดือน กดที่นี่เพื่อดูรายละเอียด ---
หน้าแรกมุมสมาชิกแนะนำถาม-ตอบกระดานสนทนา
พ. 23 ส.ค 2560 11:20:17 Category: (Cosmetic -> น้ำหอม)

น้ำหอมแบ่งขาย for men + unisex (มาใหม่อีก 10 ครับ) No : 4178292 
  ราคาปัจจุบัน ไม่มีผู้เสนอราคา (ไม่มีราคาขั้นต่ำ)
ราคาเริ่มต้น : 100 บาท
  เวลาที่เหลือ การประมูลยุติแล้ว
จำนวนการเสนอราคา : 0 (ประวัติการเสนอราคา)
  เริ่มประมูล พ. 02 เม.ย 2551 16:39:57
ที่อยู่ของผู้ขาย : BKK 10500
  ปิดประมูล พ. 09 เม.ย 2551 16:39:57 
  ผู้ขายสินค้า Benzac (65) 50-149
(กดดูคำติชม)   (สินค้าทั้งหมดของผู้ขาย)
ชื่อในบัตร ปชช : สมเก.. มา..(กทม)
ลงทะเบียนเมื่อ : ศ. 08 ธ.ค 2549 23:10:50
การชำระเงิน : ดูในรายละเอียดสินค้า
  ผู้เสนอราคาสูงสุด กดที่นี่เพื่อติดต่อผู้ขาย
 

รายละเอียดสินค้า

   เก็บลงบันทึกส่วนตัว      ส่งให้เพื่อน       Share

สินค้าที่ประกาศขาย เป็นของสมาชิกนำมาปิดประกาศ ทางเว็บประมูลดอทคอมไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
หากพบเห็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ผิดกฏหมาย รบกวนแจ้งทางเว็บ กดที่นี่เพื่อดูรายละเอียด

[ ร่วมรณรงค์ซื้อสินค้าจากผู้ขายที่มีรูปสินค้า และชื่อ Login บนกระดาษวางคู่สินค้า หากไม่มีผู้ขายอาจไม่มีสินค้าในรูป ]

โปรดระวัง ช่วงนี้มิจฉาชีพระบาด ถ้าผู้ขายต้องการให้โอนเงินให้ก่อน (ถึงแม้จะส่งสำเนาบัตรให้ทางเว็บ ) ควรโอนเงินผ่านเว็บมาสเตอร์ (รับเฉพาะสินค้าถูกกฏหมายนะครับ กดที่นี่เพื่อดูรายละเอียด) โดยเฉพาะสินค้าที่มีราคาแพงกว่า 500 บาท ! เสียดาย ดีกว่าเสียเงินครับ
ถ้าผู้ขายไม่ยอมโอนเงินผ่านเว็บ และเขียนคำติให้สามารถแจ้งให้ลบออกให้ได้ครับ
* ในกรณีที่ต้องการโอนเงินให้ก่อน ควรขอเบอร์โทรศัพท์บ้านของผู้ขาย และโทรเช็ค (เพราะถ้ามีปัญหาสามารถติดตามได้ดีกว่ามือถือ)


UPDATE - 02 April 08 -มาเพิ่มอีก 10 กลิ่นครับ รีวิวไว้ด้านล่างแล้วครับ มี Halston Z-14, Dunhill Fresh, Miracle Homme, Tumulte, Ultraviolet Man, Hollywood, Jaipur, Jivago 24K, Eau de Paco Rabanne และ Chopard pour homme

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

UPDATE - 23 March 2008 - ตอนนี้ปิด Armani Mania และ Acqua di Gio แล้วนะครับ

UPDATE - 13 Mar 08 -มาเพิ่มอีก 6 กลิ่นครับ รีวิวไว้ด้านล่างแล้วครับ มี Habit Rouge Cologne, Opium d'Orient, Chevignon, Yang, Ted Lapidus และ Casran by Chopard

Habit-Opium-Chevignon

Yang-Lapidus-Casran

UPDATE เรื่องขวดครับ ตอนนี้ขนาด 4ml หมดครับ ต้องรอประมาณ 45 วัน ส่วนขนาด 5ml ที่เอามาแทน ราคาต้นทุนเท่า 10ml เลยครับ ดังนั้นจะมีการปรับราคานิดหน่อยครับ แต่คิดว่าคงไม่เอา 4ml มาแล้วนะครับ ใช้ 5ml ไปเลยละกันครับ

UPDATE - 08 Mar 08 -Polo Blue ครับ ดูรีวิวด้านล่างตามเคยครับ
Polo Blue

UPDATE - 04 Mar 08 -มาใหม่ครับ ทั้งหมด 5 กลิ่น เริ่มด้วย Romance Silver by Ralph Lauren, Lacoste Elegance, Cuba Black, Witness by Jacques Bogart และ Au Masculine by Lolita Lempicka

Photobucket

Photobucket

UPDATE - 22 Feb 08 - มาใหม่ครับ Basi Homme, Zino Davidoff, Burberry Touch และ Pierre Cardin BLACK
Photobucket

UPDATE - 18 Feb 08 - มาใหม่ครับ Cool Water Frozen (Limited Edition) รีวิวดูด้านล่างครับ Set 2

Photobucket

UPDATE - 15 Feb 08 - มาใหม่อีก 3 ครับ คือ Bvlgari EXTREME, Jil Sander for men และ Lucky Number 6 ดูรูปและรีวิวย่อยด้านล่างได้ครับ เจ้า Extreme นี่มีคนเรียกร้องมาเยอะเลยเอามาเพิ่มครับ เพื่อว่าลูกค้าที่ซื้อหลายกลิ่นจะได้ไม่ผิดหวังครับ
Photobucket

UPDATE - 14 Feb 08 - มาใหม่อีก 2 ครับ คือ Dior Homme และ Dune จากค่ายเดียวกัน review สั้น ๆ ไว้ข้างล่างแล้วครับ

Photobucket

UPDATE - 10 Feb 08 - เอา Dunhill Pursuit, Mat; Very Male และ Michael KORS มาเพิ่มครับ 2 กลิ่นหลังหายาก ในไทยไม่มีครับ

UPDATE - 6 Feb 2008 มาใหม่ 2 กลิ่นครับ คือ F by Salvatore Ferragamo และ V V Man by Roberto Verino ดีไซเนอร์ชาวสเปน

UPDATE - 1 Feb 2008 มาใหม่ 8 กลิ่นครับ มีดังนี้ Corinto Rouge, Mambo by Liz Claiborne, Portfolio Elite by Perry Ellis, Cuba Gold, Joop! Jump, Bvlgari Soir, Bvlgari Black และ Equipage by Hermes กด ctrl+F แล้วพิมพ์กลิ่นที่ต้องการเลยครับ ผมแยกกลุ่มไว้หมดแล้วด้านล่าง

-------------------------------------------------------------

วัสดีครับ จากนี้ไปผมจะแบ่งขายเท่านั้นนะครับ เพราะที่ผ่านมา เกิดอาการคิดถึงหลายขวดที่ขายไป ส่วนที่มีตอนนี้ ชอบหมด ตัดใจขายทั้งขวดไม่ได้ครับ การแบ่งขายแบบนี้ดีสำหรับใคร

1. สำหรับคนที่อยากมีหลาย ๆ กลิ่น ชอบสะสม แน่นอน หากซื้อเต็มขวดเหมือนผม ใช้ไม่หมดแน่ ๆ และเก็บนานไป กลิ่นจะเปลี่ยน เพี้ยน เหมือนเอาเงินมาทิ้ง ยกตัวอย่าง สำหรับขนาด 100 ml ถ้าใช้ทุกวัน กดหัวสเปรย์วันละ 4-5 ครั้ง กว่าจะหมดก็ 7-8 เดือนครับ
2. สำหรับคนที่งบน้อย และใช้ไม่เยอะ ไม่ทุกวัน
3. คนที่ชอบพกน้ำหอมติดตัว
4. คนที่กำลังตามหา signature scent ให้ตัวเอง คุณอาจจะพบจากการลองกลิ่นจากที่ผมมีอยู่ก็ได้ ดังนั้น ขนาด 5ml เหมาะมาก
5. คนที่ไม่แน่ใจนักว่าจะใช้ขวดใหญ่หมดไหม มีหลายคนที่ลองแล้วชอบ ซื้อมาเต็มขวด ใช้ไปได้ 20% เบื่อแล้ว วางทิ้งไว้ ไม่ก็ขายขาดทุนเพื่อโล๊ะออก ดังนั้น ลองขนาด 10ml ดู หากหมดแล้ว มีความรู้สึกว่าอยากใช้ต่อ ซื้อขวดใหญ่ไปใช้ได้เลย


การแบ่งของเหลวแบบนี้เรียกว่า decanting ครับ ผมใช้ขวดสเปรย์ขนาด 10ml และ 5ml เท่านั้น ราคาที่ผมตั้ง ไม่ได้เอากำไรอะไรมากมาย บางตัวขาดทุนนิด ๆ เป็นการคืนทุนให้ตัวเองมากกว่าเพราะปริมาณที่มีมันเยอะมาก ไม่มีทางใช้หมดแน่ ๆ จึงต้องแบ่งขาย พวกขวดขนาด 10ml (mini) ที่เคาน์เตอร์แถมให้ (ส่วนมาก 3-7ml มากกว่า) ที่ขายกันทั่ว ๆ ไปก็ 400 กว่าบาท บางตัวไม่มีหัวสเปรย์ด้วย ใช้ลำบาก ลองเช็คดูได้ครับ ขนาด 5-7ml นี่ก็ 200 ปลาย ๆ ถึง 300 กว่าแล้วครับ

ส่วนพวกน้ำหอมตัวอย่างขนาด 1-2ml พวกนั้นขายกัน 60-100 บาทครับ ในขณะที่ขนาด 5ml ของผม เอาไปเทียบกับ 1-2ml ก็ถูกกว่าอยู่ดีครับ

Atomizers

เรื่องราคา ดูตามลิสต์ที่แบ่งไว้ข้างล่างเลยครับ ผมจะบอกด้วยว่ากลิ่นไหนแบ่งขายได้กี่ ml จะมีการอัพเดทเรื่อย ๆ ทุกขวดเป็นของแท้ทั้งหมด ผมไม่ใช้ของปลอม ถ้าพบว่าไม่แท้ คืนเงินให้ครับ รับรองว่าได้ไปคุ้มแน่ ๆ ยกตัวอย่างคร่าว ๆ นะครับ ถ้าคุณซื้อรุ่นราคา 210 บาท x 10 ขวด = 2,100 บาท คุณได้น้ำหอม 100ml ที่แบ่งออกเป็น 10 กลิ่น ในขณะที่ซื้อที่เคาน์เตอร์ ขวดขนาด 100ml ส่วนมากก็ 2,600 ขึ้นแล้วครับ แถมได้แค่กลิ่นเดียวเองด้วย

PROMOTION!
1. สั่งขนาด 10ml ครบ 5 ขวด รับขนาด 5ml ฟรี 1 ขวด (จาก SET 5 เท่านั้น)
2. สั่งขนาด 10ml ครบ 9 ขวด รับขนาด 5ml ฟรี 2 ขวด (จาก SET 5 เท่านั้น)
3. สั่งขนาด 5ml ครบ 9 ขวด รับอีก 1 ขวดฟรี (จาก SET 5 เท่านั้น)

วิธีการสั่ง
แค่เมล์มาที่ benzac.m@gmail.com หรือส่ง PM ผ่านเวบประมูลมาแจ้งว่าต้องการกลิ่นไหน ผมจะเปิดกระทู้ให้ จะได้ให้ feedback กันได้ครับ ทั้งหมดนี้เป็นของแท้ 100% ใครไม่เชื่อใจ ลองสั่งกลิ่นที่เคยใช้ไปลองดูได้เลยครับ ไม่ทำให้ตัวเองเสียชื่อแน่นอน รูปจะอยู่อีกส่วนนึง คลิกเข้าไปดูได้ครับ กล่องผมเก็บไว้อีกที่ครับ แต่บางตัวผมต้องใส่กล่องไว้เพราะวางซ้อนขวดอื่นครับ เลยเอามาถ่ายง่ายหน่อย

ค่าส่ง
1. แบบลงทะเบียน 35 บาท กี่ขวดก็ราคานี้ครับ (ต้องมีคนเซ็นรับ)
2. แบบ EMS 45 บาท กี่ขวดก็ราคานี้ครับ (ต้องมีคนเซ็นรับ)

NOTE: ถ้าเห็นคำว่า IMO Unisex นั่นหมายความว่า ในความเห็นผม กลิ่น ๆ นั้นใช้ได้ทั้งชายและหญิง ไม่แมนไปจนคนหาว่าเป็นทอม มีหลายตัวเลยครับที่ผู้หญิงใช้ได้สบาย ๆ
*IMO = In my opinion

SET 1 - ราคาขวดละ 250 บาท (10ml) และ 135 บาท (5ml)

Aigner Black (แบ่งได้ 60ml)
นึกถึงเสื้อหนัง ฮาร์เลย์ ใบยาสูบ ความเป็นชายเต็ม 100
Amor by Cacharel (แบ่งได้ 80ml)
โรแมนติค เหมาะแก่การออกเดทมาก ๆ กลิ่นนี้ทำให้นึกถึงตึกทรงยุโรป สวนสาธารณะในฤดูใบไม้ผลิ ดู review ประกอบได้ครับ
Au Masculine by Lolita Lempicka (แบ่งได้ 30ml)
น้ำหอมแนว Gourmand ที่น่าใช้อีกตัวครับ หวานวานิลลา ขนม ๆ และติดทนระดับ 4 ดาว กลิ่นแรกจะคมนิด ๆ แต่ไม่นาน ประมาณ 10 นาที ก็จะออกหวานแบบผู้ชาย ๆ ครับ การกระจายของกลิ่นดีมาก เหมาะกับคนทำงานห้องแอร์ ตัวนี้มี hint ของ Boss Bottled และ Bvlgari Black ครับ ใช้แล้วผมนึกถึง 2 กลิ่นที่ว่านี่
Azzaro Chrome (แบ่งได้ 20ml)
เมทัลลิค เย็น สดชื่น ติดท๊อป 10 ในอเมริกาตั้งแต่ปี 1996 และมีขนาด 200ml ขายด้วย ซึ่งการันตีว่าขายดีจริง ๆ น้ำหอมรุ่นที่ทำขนาด 200ml มีไม่เยอะครับ ที่นึกออกก็ CK One, CK Be และ Black by Kenneth Cole เป็นต้น
Baldessarini (original) (แบ่งได้ 40ml)
จากค่าย Hugo Boss ตอนนี้แยกตัวออกมาแล้ว กลิ่นออกฟลอรัล อบอุ่น เซ็กซ์ซี่ ภูมิฐาน หอมมาก ๆ
Baldessarini Ambre (แบ่งได้ 40ml)
กลิ่นนี้ออกปี 2006 มีบรั่นดีเป็นส่วนผสมด้วย หอมแบบมีสเน่ห์ ภูมิฐาน และมีระดับ
Basi Homme (แบ่งได้ 80ml)
อีกกลิ่นที่แมน ๆ ชวนให้นึกถึงเสื้อหนัง คนขี่บิ๊กไบค์ และอากาศเย็น ๆ นิด ๆ เพราะกลิ่นนี้ให้ความอบอุ่นด้วยครับ คล้าย ๆ John Varvatos ตัวดังครับ รวมถึง Armani Code ด้วย เป็นกลิ่นแนวเดียวกัน
Body Kouros by YSL (แบ่งได้ 10ml) *IMO Unisex
หอมหวาน เซ็กซ์ซี่สุด ๆ ติดทนนานทั้งวัน
Burberry Touch (แบ่งได้ 80ml) *IMO Unisex
ตัวนี้หลายคนรู้จักกันดีนะครับ กลิ่นออก woody, musky และ aromatic ครับ หอมเซ็กซี่ บาดใจมาก ๆ ผู้หญิงก็ใช้ได้ครับ คงเป็นเพราะ violet leaves ที่ให้ความรู้สึกถึงดอกไม้ใบหญ้านิด ๆ กลิ่นสะอาด ๆ ผมมีขนาด 5ml และใช้ไปหมดแล้วครับ เลยหามาเพิ่มเพราะจะใช้เวลามีนัด
Bvlgari Aqva (แบ่งได้ 30ml)
เป็นที่นิยมในเมืองไทยมาก ๆ น่าจะติดท๊อป 5 ตัวนี้คล้าย ๆ กับ Givenchy Blue Label
Bvlgari Black (แบ่งได้ 20ml) - unisex
กลื่น Unisex ที่ถือว่าดังที่สุดจากค่าย Bvlgari เป็นที่กล่าวถึงเกี่ยวกับโน้ตรับเบอร์ หรือยาง บวกกับชาดำ ที่เหลือยังเป็นความลับ กลิ่นออกแนวน่าค้นหา ใกล้เคียวกับ Perry Black ที่อยู่ด้านล่าง เห็นว่าทางไทยเลิกนำเข้าตัวนี้แล้ว และมีข่าวลือมาว่าเลิกผลิตแล้วเนื่องจากเรื่องของส่วนผสมที่หายาก ราคาค่อยข้างแพง มาในขวด 40ml และ 75ml เท่านั้น ไม่มีใหญ่กว่านี้ กลิ่นนี้ติดที่ผิว ไม่กระจายมากนัก เหมาะกับการออกเดทยิ่งนัก
Bvlgari EXTREME (แบ่งได้ 30ml) - *IMO unisex
กลิ่นนี้ไม่ต้องอธิบายกันมากนะครับ ให้ 5 ดาวไปเลยในเรื่องกลิ่น การกระจายของกลิ่น ความทน และความยืดหยุ่น ใส่ได้ในทุกโอกาส เล่นกีฬา ทำงานออฟฟิศ ไปเที่ยวเล่น หรือออกงานสังคม ยังไงตัวนี้รีบหน่อยครับ quota มีจำกัด ผมไม่ต้องการสั่งมาขายบ่อย ๆ เพราะเสี่ยงโดนภาษีครับ คิดว่าหมดขวดนี้แล้วคงไม่ซื้อแล้วนะครับ นอกจากเรียกร้องมามาก และมีอารมณ์อยากเสี่ยงโดนภาษี 555
Bvlgari Soir (แบ่งได้ 30ml) *IMO Unisex
กลิ่นหรูมาใหม่จาก Bvlgari ออกปี 2007 หอมแบบหรู มีสไตล์ sensual และ sexy รวมถึงสะอาด ๆ ด้วยครับ ตามสไตล์ Bvlgari ก็ต้องมีชาผสมอยู่แล้ว ตัวนี้ใช้ Darjeeling tea ครับ ลองได้ที่เคาน์เตอร์ รับรองว่าหอมแน่นอน และติดทนทีเดียว
Black XS by Paco Rabanne (แบ่งได้ 60ml)
กลิ่นออกวู๊ดดี้แบบฟรุ๊ตตี้นำโดดมาเลย กลิ่นสตรอเบอร์รี่โดดเด่นกว่ากลิ่นอื่น ๆ
Bvlgari BLV (แบ่งได้ 20ml) *IMO Unisex
หอมหวาน ฟลอรัล รัญจวนใจ เหมาะกับการใส่ยามค่ำคืน ออกเดท
Caron The Third Man (แบ่งได้ 80ml)
คำว่าคลาสสิคคือคำอธิบายที่ดีสำหรับตัวนี้ ค่าย Caron ไม่ใช่ดีไซเนอร์ทั่ว ๆ ไป แต่เป็นบริษัทที่ทำน้ำหอมมายาวนาน บุคคลสำคัญของโลกให้ความเชื่อถือ รุ่นดั้งเดิม pour un homme ขายดีมาก ๆ แต่แก่ไปหน่อย รุ่นนี้โดนใจผมครับ หอมมีระดับ ไม่แก่ เหมาะแก่การใส่ออกงาน โดดเด่นด้วยลาเวนเดอร์ เฮอร์เบิล และความเป็นธรรมชาติ
Casran by Chopard (แบ่งได้ 40ml) *IMO Unisex
ตัวนี้เซอร์ไพรส์ผมพอสมควร เพราะไม่คิดว่าจะติดทนและกระจายได้ดีขนาดนี้ กลิ่นเปิดด้วยกลิ่นรัมหวาน ๆ คม ๆ ก่อนเข้าสู่ช่วงกลางที่กลิ่นเชอร์รี่และพรุนโดดออกมา ผมไม่ได้กลิ่นช็อคโกแลตเท่าไหร่ตามที่บอกไว้ ซึ่งก็น่าจะดีแล้ว เพราะกลิ่นนี้มาในแนว exotic แบบฟรุ๊ตตี้ที่ออกไปทาง sexy หวาน ๆ คม ๆ สะอาด ๆ ช่วงท้ายมีวานิลลาและแอมเบอร์เป็นตัวชูโรง ความชอบให้ 4.8 ดาว ส่วนความทน 4.5 ครับ
Chevignon by Jacques Bogart (แบ่งได้ 60ml) *IMO Unisex
น้ำหอมหายากครับตัวนี้ ว่ากันว่าคล้าย Polo Crest ที่เลิกทำไปแล้ว กลิ่นเปิดออกมาด้วย floral และ fruity notes เต็ม ๆ หลังจากนั้นจะบางลง เปลี่ยนเป็นสะอาด ๆ มีกลิ่นอายใบยาสูบอ่อน ๆ ซึ่งทำให้มันมีความอบอุ่นนิด ๆ ด้วยครับ ถือว่ายอดเยี่ยมมากสำหรับผลงานของ Bogart กลิ่นนี้ใช้ง่ายครับ ได้ทุกโอกาสเลย รวมถึงเล่นกีฬาด้วย ผมพยายามเก็บให้ได้ทุกกลิ่นจากค่ายนี้ครับ ทำน้ำหอมโดนใจผมมาก ความทนให้ 4 ดาวครับ ความชอบส่วนตัว 4.5 ครับ
Chic by Carolina Herrera (แบ่งได้ 60ml)
เต็มไปด้วยกลิ่นใบยาสูบ กลิ่นออกวู๊ดดี้ ฟรุ๊ตตี้ในช่วง top note ติดนานเหลือเชื่อ กด 2 ครั้งพอครับ
Chopard pour homme (แบ่งได้ 50ml)
น้ำหอมดี ๆ อีกตัวจากค่าย Chopard หลังจากหลงรัก Casran แล้ว ก็ชอบตัวนี้ไม่แพ้กัน ออกปี 2006 กลิ่นเป็นแนว oriental ติดหวานละมุน แบบ Prada และ Euphoria ของ CK ครับ สำหรับอากาศร้อน ๆ ต้องเบามือหน่อยครับ แต่ถ้าทำงานในห้องแอร์ 3-4 สเปรย์ได้สบาย ๆ ให้ 4.5 ครับตัวนี้
Corinto Rouge (แบ่งได้ 80ml) *IMO Unisex
ผมชอบมากเลยนะกับพวกน้ำหอมที่มีคำว่า Rouge หรือ red ในภาษาอังกฤษ กลิ่นพวกนี้จะออกแนวทันสมัย หอมแบบ playboy นิด ๆ ดูมีเสน่ห์มาก ๆ สำหรับ Corinto Rouge ตัว highlight ของมันอยู่ที่ช่วง base note ครับ ฉีดออกมาทีแรกก็ไม่ได้แตกต่างแบบหาตัวจับยากเมื่อเทียบกับกลิ่นแนวเดียวกัน แต่พอผ่านไปซัก 30 นาที กลิ่นเปลี่ยนไปในทางเบาบางลง แต่หอมมาก ๆ สิ่งที่ผมนึกถึงก็ตึกทำงานหรู ๆ คนทำงานแต่งตัวทันสมัย หรือผับตามโรงแรม มีเพลงที่เปิดกันบนเวที catwalk ดังขึ้นพร้อม ๆ กัน
D & G By Man (แบ่งได้ 10ml)
หอมฟลอรัลแบบเข้ม ๆ วู๊ดดี้แบบล้ำลึก ตัวนี้เลิกผลิตแล้วครับ ส่วนผสมหายาก เหมาะกับวันอากาศเย็น ๆ
Dior Homme (แบ่งได้ 60ml) *IMO Unisex
น้ำหอมดังจาก Christian Dior ที่ผมว่าเขาน่าจะทำการตลาดให้เป็นกลิ่น Unisex เพราะคุณจะได้กลิ่นกระเป๋า make up ของแม่ หรือกลิ่นลิปสติกบาง ๆ ที่โชยอยู่ตลอด Dior Homme ปรุงโดย Olivier Polge ที่กำลังทำผลงานให้ใกล้เคียงกับพ่อของเขา น้ำหอมอีกตัวที่ใกล้เคียงคือ Lanvin Arpege หากแต่ Dior Homme นั้นบางกว่า เหมาะกับอากาศร้อนมากกว่า
Dunhill Desire Red (แบ่งได้ 10ml) *IMO Unisex
ชื่อบ่งบอกชัดเจนนะครับ หอมเย้ายวนเหลือเกิน แนวเดียวกับ Escada Magnetism เย้ายวนพอ ๆ กัน ลองกันที่เคาน์เตอร์ได้ครับ
Dunhill Fresh (แบ่งได้ 60ml) *IMO Unisex
น้ำหอมสดชื่นจาก Dunhill อีกตัวครับ ออกปี 2005 หอมสดชื่นโมเดิร์น เหมาะกับคนทำงานออฟฟิศและนักกีฬา ผู้หญิงใช้ได้ครับ
Dunhill Pursuit (แบ่งได้ 20ml) *IMO Unisex
กลิ่นใหม่จาก Dunhill กลิ่นหอม สดชื่น โมเดิร์นมากครับ มีกลิ่นสัปปะรดบาง ๆ ซ่อนอยู่ เหมาะกับอากาศร้อนมาก ๆ ครับ
Dune by Christian Dior (แบ่งได้ 60ml) *IMO Unisex
น้ำหอมกลิ่นสะอาด ๆ เซ็กซ์ซี่ และทันสมัยจาก Christian Dior กลิ่นนี้มีความใกล้เคียงกับ XS และ Burberry Touch ในบางมุม ดังนั้น หอมแน่นอน หากให้เทียบกับ 2 กลิ่นที่ว่ามา Dune สะอาดมากกว่า และใช้ได้ง่ายกว่า โน้ตที่เด่นคือ leather และ tonka bean ครับ ให้ความรู้สึกอบอุ่นนิด ๆ บวกเซ็กซ์ซี่หน่อย ๆ เหมาะกับคนทำงานออฟฟิศ ทันสมัย และดูมั่นใจ
EAU de Paco by Paco Rabanne (แบ่งได้ 30ml) *IMO Unisex
น้ำหอมที่ไม่ดังนัก แต่หอมสดชื่นมีคุณภาพจริง ๆ ผมชอบหลาย ๆ กลิ่นจากยี่ห้อนี้ และหลงรักตัวนี้ตอนไปเทสต์ที่เคาน์เตอร์ เพราะสดชื่นแบบมีคุณภาพน่ะครับ กลิ่นเปิดอาจจะดูธรรมดาเหมือนน้ำหอมแนวสดชื่นทั่ว ๆ ไป แต่ต้องรอถึง base note ก่อนครับ cedarwood และ vetiver (หญ้าแฝก) จะผสานกัน เผยให้ได้กลิ่นหอมสะอาดแบบเซ็กซ์ซี่นิด ๆ 4.5 ดาวครับ
Equipage by Hermes (แบ่งได้ 80ml)
กลิ่นนี้ออกตั้งแต่ปี 1970 โน่นเลย แต่เพราะอะไรถึงยังผลิตอยู่ครับ ก็เพราะขายดีนั่นเอง กลิ่นนี้เข้าขั้นคลาสสิคแล้ว เหมาะกับการใส่ไปงานมาก ๆ เพราะมีระดับ เคร่งขรึม เต็มไปด้วยกลิ่นดอกไม้ เครื่องเทศ ใบยาสูบ และแมกไม้นานาชนิด ไม่แน่ใจว่าในไทยมีให้ลองไหม แต่อยู่ในไลน์เดียวกับ Guerlain Vetiver ครับ รับรองว่าผู้ใหญ่ชอบแน่ ๆ ฉีดออกมาทีแรกจะเข้ม ๆ ตามสไตล์น้ำหอมยุค 70s แต่รอสักพัก พออ่อนลงจะหอมแบบมีคลาสมาก ๆ
F by Salvatore Ferragamo (แบ่งได้ 70ml) *IMO Unisex
F กลิ่นใหม่ล่าสุดจากดีไซเนอร์อิตาเลียน เปิดด้วย fresh accord สดชื่นแบบทันสมัย และดูมีความมั่นใจ ทว่าไม่แมนเกินไปและไม่วัยรุ่นเกินไป อยู่พอดี ๆ ในระดับ 28-35 หากให้เทียบกับอายุ ผมจับกลิ่นของ Incanto (อีกรุ่นของ Ferragamo) ได้นิดนึงในช่วงกลาง แต่ไม่มี woody note เป็น Incanto แบบใส ๆ ลองนึกถึงไอติมหวานเย็นแบบไม่มีนมดูครับ ประมาณนั้นเลย ไม่ใช่ไอศครีมแบบนมถึง ครีมถึง ดังนั้น กลิ่นแบบนี้จะเหมาะกับหน้าร้อนมากกว่าตัว Incanto แต่พอกลิ่นพลิกไปถึง base note จะเริ่มได้กลิ่นหนัง และ note ที่บ่งบอกถึงความรู้หรา มีระดับ ภาพที่ผมนึกถึงคือคอนโดที่ตกแต่งแบบทันสมัย ใช้เฟอร์นิเจอร์สีขาว และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ชุบโครเมียม รวมถึงย่านสุขุมวิท อโศก พูดง่าย ๆ กลิ่นมันบ่งบอกถึงความทันสมัย ตามโลกทัน
Fahrenheit (แบ่งได้ 30ml)
คงรู้จักกันดีอยู่แล้ว หอมแบบไม่เหมือนใคร sillage (การกระจายของกลิ่น) แรงมาก ติดทนนานทั้งวัน
Givenchy Pi (แบ่งได้ 50ml)
หอมวานิลลาเข้ม ๆ เหมาะกับอากาศเย็น ๆ และการออกเดท กลิ่นติดทนนานมากครับ
Givenchy Xeryus Rouge (แบ่งได้ 20ml)
หอม playboy สุด ๆ ตามสไตล์น้ำหอมที่มีคำว่า Rouge (=red) กลิ่นผลไม้โดดเด่นกว่าใคร
Gucci pour homme (แบ่งได้ 50ml)
หอมแบบแมน ๆ กลิ่นไม้ของตัวนี้หอมมากครับ บ่งบอกถึงความภูมิฐาน มีระดับ
Habit Rouge Cologne by Guerlain (แบ่งได้ 60ml)
น้ำหอมคลาสสิคจาก Guerlain ตัวนี้มีความเข้มข้น 3 ระดับครับ ได้แก่ cologne, edt และ edp แต่ตัว cologne จะเหมาะกับอากาศบ้านเรามากที่สุด และกลิ่นรับได้มากที่สุดเช่นกัน กลิ่นนี้ฉีดออกมาแรก ๆ จะเป็นแบบไซตรัสเข้ม ๆ หลายคนจะไม่ชินนัก แต่รอสักพัก กลิ่นวานิลลาแบบอ่อน ๆ จะเผยออก แสดงให้เห็นถึงคลาสการผสมน้ำหอมระดับครูอย่าง Jean Paul Guerlain ที่ได้แรงบันดาลใจจากเสื้อแจ๊กเก็ตสีแดงยามขี่บนหลังม้า จากการ test กลิ่นจะชัดประมาณ 4 ช.ม. หลังจากนั้นจะติดผิว และจะกระจายออกยามที่ร่างกายผลิตความร้อนครับ ไม่แน่ใจว่าที่เคาน์เตอร์มี cologne ไหม แต่ถ้าลอง edt อาจจะไม่ชอบก็ได้ครับ เพราะ top note แรงเกินไป ยังไงรอ base note ก่อนค่อยตัดสินกลิ่นมันนะครับ
Hollywood by Fred Hayman (แบ่งได้ 60ml)
น้ำหอมหายากอีกตัวใน collection ผมครับ กลิ่นสะอาด สดชื่นแบบเข้ม ๆ ปนด้วย floral note แบบแมน ๆ ใช้กับหน้าร้อนได้ดี Fred Hayman ดังในต่างประเทศนะครับ มีน้ำหอมอย่าง Touch เป็นตัวชูโรงของเขา ซึ่งประสบความสำเร็จจนต้องออกรุ่นเสริมออกมาอย่าง Sport หรือ Touch with Love สำหรับ Hollywood ถือว่าไม่แพ้รุ่นอื่นจาก line ของเขา นั่นเพราะคุณภาพนั่นเองครับ ให้ 4 ดาว
Jivago 24K (แบ่งได้ 60ml) *IMO Unisex
ทำได้เก๋มาก ๆ กับเศษทองที่ลอยอยู่ในน้ำหอม ยี่ห้อ Jivago เขาดังในเรื่องเครื่องประดับครับ เป็นแบรนด์ไฮโซ น้ำหอมรุ่น 24K นี้ถือเป็นอีกเวอร์ชั่นของ Cool Water แต่เหนือกว่าด้วยคุณภาพครับ กลิ่นจะมีคุณภาพกว่าและติดทนมาก ผู้หญิงหลาย ๆ คนก็ใช้ Cool Water ของผู้ชาย ดังนั้น น่าลองครับ ผมให้ 4.5 สำหรับตัวนี้
John Varvatos (แบ่งได้ 50ml)
ไม่เป็นที่รู้จักในไทย แต่ดังมากในอเมริกา ชวนให้นึกถึงเสื้อหนัง รถสีดำ ฝนตก อากาศเย็น ๆ อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ กลิ่นมี Black Leather เป็นเบสคู่กับวานิลลา ความเซ็กซ์ซี่ของหนังปนกับความหวานของวานิลลา ทำให้กลิ่นนี้เด่นไม่เหมือนใคร ติดทนดีทีเดียว
Joop! Jump (แบ่งได้ 70ml) *IMO Unisex
น้ำหอมแบบสนุกสนานจากค่าย Joop! ลองครั้งแรกที่ Duty Free เมื่อปี 2005 เพิ่งจะได้ฤกษ์ซื้อนี่แหละครับ กลิ่นหอมหวาน fruity ขนม ๆ มีโน้ตคอกเทลผสมมาด้วย แนวเดียวกับ Carlos Santana หรือพวกน้ำหอมขวดสีแดง ๆ ทั้งหลาย concept คล้าย ๆ กันครับ กลิ่นโมเดิร์นดี เหมาะกับอากาศร้อน ๆ แบบบ้านเรามาก ๆ และใช้ได้ในหลายโอกาส ใส่เที่ยวหรือทำงานก็ได้ครับ ผู้หญิงก็ใช้ได้
Lacoste Elegance (แบ่งได้ 60ml)
น้ำหอมของผู้ชายตัวล่าสุดจาก Lacoste มีกลิ่น chocolate เป็นตัวชูโรงใน base note ทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นและภูมิฐาน หากให้เทียบกับน้ำหอมแบบสดชื่น ความทน 3.5 ครับ เหมาะกับคนทำงานในห้องแอร์
Lanvin Arpege (แบ่งได้ 50ml)
มีความคล้าย Dior Homme นิด ๆ แต่เซ็กซ์ซี่กว่าด้วยไอริส กลิ่นวู๊ดดี้แบบไม่ฉุน ฟลอรัลโดดเด่นออกมากับ sillage
Mambo by Liz Claiborne (แบ่งได้ 60ml) *IMO Unisex
กลิ่นสัปปะรดและมะนาวแบบทันสมัยนำมาเลย ฉีดออกมาก็ว่าหอมแล้ว แต่พอไปถึง base note หอมยิ่งกว่า ออกแนว exotic ครับ เป็นกลิ่นที่ผมใช้วันนี้ วันที่ 1 Feb 08 แล้วมีขี่มอเตอร์ไซค์ไปธุระด้วย พอเจอกาศร้อน กลิ่นยิ่งกระจายออก ไปหาลูกค้าที่ออฟฟิศเขา ก็ทักว่าหอมมาก ฝากผมซื้อขวดใหญ่เรียบร้อยแล้ว (จะเอาไปให้แฟนใช้) Liz Claiborne ทำน้ำหอมออกมาแล้วประสบความสำเร็จนะครับ แต่ในไทยเงียบฉี่เลย กลิ่นนี้คล้าย ๆ Bora Bora อีกกลิ่นจาก Liz Claiborne มันก็หอมทั้ง 2 กลิ่นนะ แต่ตัวนี้มีความหวานกว่านิด ๆ และออกไปทางสนุกสนานมากกว่า Bora Bora แต่หอมสะอาดแบบทันสมัยทั้งคู่
Mat; Very Male (แบ่งได้ 10ml)
น้ำหอมที่มีความคล้าย B Men จาก Thierry Mugler หากแต่ dark กว่า สะท้อนให้เห็นมุมลึกลับของผู้ใช้ ก่อให้เกิดความรู้สึกน่าค้นหา
Michael Kors (แบ่งได้ 40ml)
น้ำหอมสำหรับผู้ชายรุ่นเดียวจาก Michael Kors เหตุที่ไม่ออกรุ่นอื่นมา (มีรุ่นของผู้หญิงหลายกลิ่น) คงเป็นเพราะตัวนี้ขายดีมาก ๆ อยู่แล้ว ว่ากันว่า sexy ขาดใจ ซึ่งผมก็เห็นด้วยเพราะกลิ่นใบยาสูบนั่นเอง บ่งบอกถึงความมั่นใจ ความทันสมัยในแบบหรู ๆ ของผู้ใช้ แต่ก่อนมีเคาน์เตอร์ในไทย แต่ไม่ประสบความสำเร็จเลยย้ายออกไปแล้ว แต่รับรองว่าหอมมากครับ เหมาะกับวัย 26 ขึ้น กลิ่นไม่แก่ แต่ไม่เหมาะกับวัยรุ่นครับ เพราะมันแสดงถึงวุฒิภาวะในอีกระดับของอายุ
Miracle Homme (แบ่งได้ 60ml) *IMO Unisex
รุ่นนี้อาจจะไม่ดังนักเพราะเจอของผู้หญิงกลบรัศมี แต่ก็หอมแบบไม่ซ้ำใครด้วยกลิ่นเมเปิ้ลอ่อน ๆ นี่แหละครับ กลิ่นนี้ชวนให้นึกถึงฤดูร้อนในแคนนาดาและอเมริกาทางเหนือที่นิยมปลูกต้นเมเปิ้ลกัน ซึ่งใบของมันให้น้ำหวาน เอาไปทำซอสและผสมเครื่องดื่มได้ กลิ่นนี้เป็นแนว woody ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกเขียว ๆ เพราะการผสมระหว่างไม้นานาชนิด และใบเมเปิ้ลนั่นเอง ใส่ได้ทุกโอกาสครับ
Mont Blanc Presence Cool (แบ่งได้ 30ml)
รุ่นดั้งเดิม หอม มีระดับหวานนิด ๆ ส่วนตัวนี้ ตาม concept ที่ต้องการให้ออกมาแบบสดชื่น ทำได้ดีครับ สดชื่น
จริง ๆ แต่ยังคงความมีระดับไว้
Opium Eau d'Orient by YSL (แบ่งได้ 60ml)
น้ำหอมคลาสสิคอีกตัวจากค่าย YSL ตัวนี้เป็น Limited Edition สำหรับปี 2007 ซึ่งได้ปรับให้เข้ากับยุคสมัย และเหมาะกับหน้าร้อน ช่วงเปิด กลิ่นจะปนกันโดยแยกไม่ค่อยออกว่ามีกลิ่นอะไรบ้าง แต่ถ้ารอสักพัก จะเห็นว่าทำไมรุ่นนี้ถึงประสบความสำเร็จ กลิ่นจะออกไปทาง spicy แบบทันสมัย ไม่แก่เลยครับ สะอาด ๆ และ sensual ปานกลาง เหมาะแก่การใช้ในหลาย ๆ โอกาส เช่น เวลาออกเดท ไปงานสังคม ไปทำงาน หรือเดินเที่ยวเล่น มีคลาสดีครับตัวนี้ ให้ 4.8 ดาวเลยครับ ความทน 4.5 ครับ
Polo Blue (แบ่งได้ 30ml) *IMO Unisex
ตัวนี้ผมแบ่งจากขวดขนาด 40ml นะครับ เลยแบ่งได้แค่ 30ml กลิ่นสดชื่น เปิดด้วยเมลอนและแตงกวา หอมสะอาด ๆ สบาย ๆ กลิ่นนี้ผู้หญิงใช้ได้สบาย ๆ ครับ หลาย ๆ คนก็ใช้อยู่ ความทนให้ 3.5 ครับ เหมาะกับอากาศร้อนเป็นอย่างมาก
Rive Gauche by YSL (แบ่งได้ 60ml)
ชวนให้นึกถึงตอนเด็ก ๆ หรือยุค 70s แถมยังทำให้มโนภาพร้านตัดผมผู้ชายด้วย Tom Ford ทำได้ดีมากกับน้ำหอมตัวนี้ กลิ่นออกสมุนไพรนิด ๆ แต่หอมกระชากใจจริง ๆ ครับ เหมาะกับอายุ 28 ขึ้นครับ
Romance Silver by Ralph Lauren (แบ่งได้ 60ml) *IMO Unisex
ก่อนอื่น ผมให้น้ำหอมตัวนี้ 5 ดาวครับ หอมโรแมนติกมาก ๆ ออกไปทาง musky สะอาด ๆ แต่นุ่มนวลและใช้ง่าย เหมาะกับทุก ๆ โอกาส ตั้งแต่เล่นกีฬา ออกเดท ยันออกงานสำคัญ กลิ่นแรกเลยจะไม่มีอะไรเด่นนัก รอแค่ไม่ถึง 5 นาที จะไปถึง middle note แล้วก็พัฒนาไป base note ค่อนข้างเร็ว ติดทน 4 ดาวครับตัวนี้ รุ่น Silver Romance หอมกว่ารุ่นแรก (Romance) เยอะครับ ตัวนี้ผู้หญิงใช้ได้สบาย ๆ หอมสะอาด เซ็กซ์ซี่ และติดหรูแบบคุณชายนิด ๆ
Salvatore Ferragamo pour home (แบ่งได้ 20ml)
หอมหวาน ติวผิว ตามสไตล์ Ferragamo เขาเลย น้ำหอมจากอิตาลีนี่ไม่แพ้ฝรั่งเศสนะครับ ในแง่ของคุณภาพและความนิยม
Sander for men by Jil Sander (แบ่งได้ 80ml)
น้ำหอมจากดีไซเนอร์เยอรมัน ออกในปี 1999 กลิ่นนี้สดชื่น คม ๆ เต็มไปด้วยไม้หลายชนิด แอมเบอร์ ลาเวนเดอร์ และเครื่องเทศกลิ่นร้อนแรง คนปรุงน้ำหอมคือ Jacques Cavallier คนที่ทำ Bvlgari pour homme และ L'eau D'Issey จนโด่งดัง ยังไงสำหรับตัวนี้ ลองก่อนซื้อนะครับ เพราะกลิ่นค่อนข้างแตกต่างจากทั่ว ๆ ไปครับ ดู review เพิ่มที่นี่ครับ
http://www.perfumeemporium.com/mens-cologne/12351/Sander.html
Sean John Unforgivable (แบ่งได้ 20ml) *IMO Unisex
ได้กลิ่นนี้ไปคุ้มมาก ๆ ครับ ในห้าง 3,900 ครับ สำหรับ 125 ml ตัวนี้ Sean John หรือ Diddy นักร้อง นักธุรกิจผิวสี ทำออกมาเป็นตัวแรกครับ ได้แรงบันดาลใจจากน้ำหอมสุดหรูยี่ห้อ Creed รุ่น Imperial Millesime ครับ ซึ่งปรุงให้พระราชาในสมัยก่อน กลิ่นนี้ทำได้ใกล้เคียงทีเดียวเพราะผมมี Creed รุ่นนี้ด้วยครับ แต่ความเป็นธรรมชาติสู้ยี่ห้อหรูไม่ได้อยู่แล้ว แต่รับรองว่าหอมมาก กลิ่นแตงโมโดดออกมา และสดชื่นแบบมีระดับมาก ๆ ครับ
Tumulte by Christian Lacroix (แบ่งได้ 50ml) *IMO Unisex
Tumulte เป็นน้ำหอมที่หอมมาก ๆ ครับ เปิดมาก็ได้กลิ่นอายของ Azzaro Visit เลย แต่มาในแบบดุดันน้อยกว่า มันอ่อนกำลังดี สบายจมูก และเข้ากับอากาศบ้านเรา ในขณะที่ Visit เหมาะกับอากาศเย็น กลิ่น cedar ของ Tumulte หอมจริง ๆ แสดงถึงความทันสมัย เซ็กซ์ซี่ และทรงเสน่ห์ ผนวกกับกลิ่นเครื่องเทศอย่าง incense รวมถึงเบส sandalwood ยิ่งทำให้ผมชอบมันมากขึ้น 5 ดาวสบาย ๆ ครับ
Ungaro III (แบ่งได้ 20ml)
คนไทยรู้จักน้อยครับตัวนี้ กลิ่นกุหลาบแดงแบบแมน ๆ นำเลยครับ เป็น concept ของเขาอยู่แล้ว กลิ่นมีระดับ ภูมิฐานมาก ๆ ครับ เหมาะกับ 28 ขึ้นครับ
Ultraviolet Man by Paco Rabanne (แบ่งได้ 60ml) *IMO Unisex
น้ำหอมดังที่เป็นที่ถกเถียงถึงความหวานในแบบผู้หญิง จริง ๆ ก็ไม่ถึงขนาดนั้นครับ กลิ่นนี้ชวนให้นึกถึงคำว่า metrosexual จริง ๆ เพราะหวานแบบแมน ๆ ดูสำอาง ๆ ครับ กลิ่นติดทนดี หน้าร้อนก็ใช้ได้ เพียงแต่อย่าฉีดมากไป ส่วนในห้องแอร์ ก็ตามสบายครับ กลิ่นออกไปทาง mossy จะออกไปทางขี้เล่น ๆ น่ะครับ โทนเดียวกับ Burberry Weekend จะสะอาดแบบแอบหวานนิด ๆ ทันสมัยเหมาะกับยุคจริง ๆ ให้ 4 ดาวครับสำหรับตัวนี้

Victor & Rolf ANTIDOTE (แบ่งได้ 30ml)
รุ่นที่ดังที่สุดจากค่ายนี้คือ Flower Bomb (for women) พอมาทำรุ่นสำหรับผู้ชาย ก็ดีไม่แพ้กัน Victor & Rolf คือดีไซน์เนอร์อิตาเลียนครับ สินค้าเขาราคาสูงมาก รวมถึงน้ำหอมรุ่นนี้ด้วย ขวดใหญ่ล่อไป 100 กว่าเหรียญครับ ส่วนมากราคาเต็มอยู่กันที่ 65 เหรียญครับ กลิ่นว๊ดดี้แบบมีระดับ มีโทนฟลอรัลโดดออกมา ส่วนผสมเยอะมาก ๆ สำหรับตัวนี้ บอกได้เลยว่าเหมาะกับการใส่ออกงานมาก ๆ ไม่อายใครแน่นอนครับ น้ำหอมก็เหมือนเครื่องประดับอย่างหนึ่งครับ
V V Man by Roberto Verino(แบ่งได้ 70ml) *IMO Unisex
กลิ่นเปิดจะหอมเมลอนแบบผู้หญิงนิด ๆ หนัก ๆ หน่อยครับ แต่ต้องรอสัก 30 นาที กลิ่นจะพัฒนามาถึง base note ทีนี้จะได้กลิ่นหอมแบบสไปซี่ ฟลอรัล ที่ออกไปทาง sensual เหมาะแก่การใส่ออกเดทครับ ตัวนี้ติดทนดีทีเดียว แม้ไม่ดังนัก แต่มีคุณภาพครับ หากอยากฉีกแนวออกจากพวกกลิ่นสดชื่นใส ๆ ลองตัวนี้ได้เลยครับ
Yang by Jacques Fath (แบ่งได้ 40ml) *IMO Unisex
กลิ่นนี้ทำออกมาคู่กับรุ่นของผู้หญิงที่ชื่อ Yin ครับ (หยินหยาง) ยี่ห้ออาจจะไม่ดังมาก แต่คุณภาพทำให้มันดังนะครับสำหรับกลิ่นนี้ หายากด้วย ผมรอมานานกว่าจะคว้ามาได้ ออกมาตั้งแต่ 1999 และยังผลิตอยู่ในจำนวนจำกัดครับ เพราะไม่ได้โฆษณาอะไรมากมาย ที่ฝาขวดมีภาษาจีนด้วยครับ อ่านไม่ออก แต่น่าจะอ่านว่า หยินหยาง ครับ กลิ่นแบบว่า ชาเขียวเด่นมาก และติดทนมาก complex นิด ๆ ที่สำคัญ กลิ่นมันไม่ซ้ำใคร สดชื่นมาก ๆ ครับ กลิ่นนี้ผู้หญิงใช้ได้สบาย ๆ แถมยังให้กลิ่นอายตะวันออกด้วย เพราะกลิ่นชาเขียวนี่คู่กับชาวเอเชียมานานแล้ว ผมจินตนาการให้ฝรั่งใช้กลิ่นนี้ไม่ออกเลยครับ ความชอบ 5 ดาว ความทน 4.8 ครับ
YSL L’Homme (แบ่งได้ 50ml) *IMO Unisex
ได้มาสด ๆ ร้อน ๆ เลยครับ คราวนี้ YSL มาแปลก ไม่ทำกลิ่นแหวกแนว คราวนี้ทำเอาใจตลาด mass market ที่ผ่าน ๆ มา อย่าง M7, Rive Gauche และ Kouros ถือว่าเป็นน้ำหอมประเภทสร้างความชอบและความเกลียดชังได้ แต่ L’homme นี่มาแบบสบาย ๆ ใคร ๆ ก็ชอบ หรืออย่างแย่ ก็ไม่รังเกียจ กลิ่นหอมแบบมีระดับ สดชื่น ฟลอรัล สไปซี่ ติดผิวดี ผมว่ากลิ่นก็ไม่แรงนะ ไม่รู้เขาจะออกรุ่น Summer ตามหลังมาทำไม กลัวเหมือนกันว่าค่ายนี้จะเน้นยอดขายเหมือน Davidoff ที่แต่ก่อนทำน้ำหอมดีมาก พอมาเน้นยอดขาย คุณภาพก็ตก
Z Zegna (แบ่งได้ 30ml)
ค่ายดังจากอีตาลี กลิ่นสดชื่น เมธัลลิค ทันสมัย สบาย ๆ ครับ
Zino Davidoff (แบ่งได้ 80ml) *IMO Unisex
ก่อนอื่นเลย ขอบอกวาตัวนี้ unisex สบาย ๆ เพราะพอใส่แล้วเดินผ่านแม่ แม่ถามว่า ใส่น้ำหอมผู้หญิงเหรอ งงไปเลยครับ อาจจะเป็นเพราะ rose และ vanilla แน่ ๆ แต่ confirm นะครับว่าแมน Top Notes (Bergamot, Clary Sage, Lavender, Rosewood ) Middle Notes (Muguet, Rose, Jasmin, Geranium) Base Notes
(Tonka, Sandal, Amber, Cedar, Patchouli, Vanilla) กลิ่นนี้ออกแนว dark, gothic, nostalgic, sophisticated, classy, sexy และ classic ครับ กลิ่นไม่ตกยุคแน่นอน หอมแบบมีระดับจริง ๆ ติด TOP 5 ของผมเรียบร้อยแล้วเพราะบ่งบอกถึงบุคลิคผมได้อย่างดี โดนเฉพาะด้านที่ชอบนึกถึงความหลัง ชอบภาพขาวดำ ฤดูใบไม้ร่วง Zino คือคำตอบครับ

SET 2 - ราคาขวดละ 210 บาท (10ml) และ 115 บาท (5ml)

Aramis Always for him (แบ่งได้ 60ml) *IMO Unisex
กลิ่นฟรุ๊ตตี้ นุ่มนวล สดชื่น เหมาะกับออฟฟิศและวันเบา ๆ
Azzaro Visit (แบ่งได้ 30ml)
วู๊ดดี้ สไปซี่ เหมาะกับอากาศเย็นนิด ๆ หนุ่มออฟฟิศใช้ได้สบาย ๆ
Azzaro Silver Black (แบ่งได้ 60ml)
กลิ่นอาจจะเหมาะกับชาย 35 ขึ้น แต่เด็กกว่านั้นก็ใส่ได้ ฟรุ๊ตตี้ ไซตรัสแบบเข้ม ๆ มีเสน่ห์
Bvlgari pour homme (แบ่งได้ 50ml)
หอมแบบผู้ดี กลิ่นชานำ ขายดีมา 10 กว่าปีแล้วครับ
Burberry Brit (แบ่งได้ 60ml)
หอมแบบแน่น ๆ วู๊ดดี้ เซ็กซ์ซี่มาก ๆ
Carlos Santana (แบ่งได้ 50ml) *IMO Unisex
หวาน วู๊ดดี้ สไปซี่นิด ๆ ตามแบบฉบับน้ำหอมที่มีคำว่า Rouge (=red) ทั้งหลาย
Cool Water Deep Limited Edition (sea, scents and sun) (แบ่งได้ 60ml)
หวานนิด ๆ หากเทียบกับรุ่นดั้งเดิม Cool Water Deep เหมาะกับหนุ่มออฟฟิศ
Claiborne Sport (แบ่งได้ 60ml) *IMO Unisex
หอมใสสะอาด มาแบบเรียบง่าย แต่ไม่ธรรมดา ตัวนี้ออกแนว Eternity + Cool Water ครับ ติดทนดีทีเดียว Liz Claiborne ดังมากในอเมริกา มีน้ำหอมหลายกลิ่น ตัวที่สร้างชื่อเสียงคือ Curve แต่ผมว่า Sport ดีกว่า (มี Curve ขนาด 15ml ครับ แบ่งไม่พอ)
Cool Water Frozen by Davidoff (แบ่งได้ 80ml) *IMO Unisex
น้ำหอมที่ทำตามตัว Original ออกมาได้ดีไม่แพ้กัน ที่แตกต่าง เห็นจะเป็นการพัฒนาไปสู่ base note ซึ่งไปได้เร็วกว่า และมีความหอมมากกว่าตัวดั้งเดิมในช่วงต้น เพราะตัวดั้งเดิมจะแรง ๆ ตอนฉีดออกมา หากแต่ตัวนี้สดชื่นเลย ผมชอบตัวนี้มากกว่าครับ ความทนก็ปานกลางเหมือนรุ่นแรก กลิ่นนี้ผู้หญิงก็ใช้เยอะครับ
DKNY New York (แบ่งได้ 50ml)
สดชื่นด้วยเมธัลลิคโน้ต บ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์ชาวนิวยอร์คได้เป็นอย่างดี
Escada Sentiment (แบ่งได้ 50ml) *IMO Unisex
กลิ่นเพลย์บอยมากครับ ฟรุ๊ตตี้ สบาย ๆ หอมแบบมั่นใจ สนุกสนาน
Escada Magnetism (แบ่งได้ 50ml) *IMO Unisex
หอม หวาน วุ๊ดดี้ ฟรุ๊ตตี้ เซ็กซ์ซี่มาก ๆ ด้วยครับ ตามชื่อเลยครับ Magnetism มีความคล้ายเคียงกับ Dunhill Desire Red พอสมควรครับ เหมาะกับการใส่ออกเดท
Givenchy Very Irresistible (สำหรับฉีดใส่เสื้อ) (แบ่งได้ 40ml)
กลิ่นออกทาง gourmand มีช๊อคโกแลต กาแฟ เป็นตัวนำ อยู่แนวเดียวกับ A Men แต่ใช้ง่ายกว่าเยอะเพราะกลิ่นไม่หนักมากเกินไป รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ใช้กับเสื้อผ้าครับ ไม่ทำให้เกิดรอย แต่ฉีดที่ผิวก็ได้
Guess Man (แบ่งได้ 20ml)
กลิ่นสดชื่น มีแอปเปิ้ลนำ ติดทนพอสมควร
Halston Z-14 (แบ่งได้ 20ml)
น้ำหอมที่ออกมานานนนนนนแล้ว แต่ยังขายดีอยู่ กลิ่นออกแนวเครื่องหนังและแมกไม้ต่าง ๆ บวกกับ note ที่ให้ความอบอุ่นอย่าง tonka bean กลิ่นนี้จึงแสดงถึงความเป็นชายแบบเต็มเหนี่ยวไม่มียั้ง เหมาะกับอายุ 30 ขึ้นนะครับ ให้ 4 ดาว
Hugo Boss (แบ่งได้ 60ml)
เป็นรุ่นแรกจาก Hugo Boss ที่เจาะตลาดคนรุ่นใหม่ กลิ่นเมธัลลิคและสัปปะรดนำ หอมสดชื่น ติดทนมาก
Hugo Dark Blue (แบ่งได้ 50ml)
วู๊ดดี้ แน่น ๆ แต่ใช้ง่าย เหมาะกับหนุ่มออฟฟิศ อยู่ในที่ติดแอร์
Hugo Boss Bottled (แบ่งได้ 40ml)
จำได้ดีว่าเคยถามลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาซื้อโปรแกรมทัวร์ว่าใส่น้ำหอมอะไร พอเขาบอกมา เลิกงาน ก็ไปซื้อเลยครับ หอมมาก ๆ กลิ่นทนด้วย ช่วงแรกออกหวาน ๆ แอปเปิ้ลเชื่อมมาเลย และจะอ่อนลงตามลำดับ ช่วงเบสโน้ตหอมลอยในอากาศ ถือว่าเป็นตัวไฮไลท์ของค่าย Hugo ครับ
Hugo Energise (แบ่งได้ 60ml)
ชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่ลอง หอม โมเดิร์นมาก ๆ อธิบายยากครับ กลิ่นกระจายดีมากและทน ตามฉบับ Hugo Boss
Issey Miyake L’Eau D’Issey (แบ่งได้ 80ml) *IMO Unisex
ขายดีมาก ๆ มา 10 ปีแล้วสำหรับน้ำหอมจากดีไซน์เนอร์ชาวญี่ปุ่น หอมแนวฟลอรัล เฟรช และมีกลิ่นอายวู๊ดดี้นิด ๆ
Jaguar Performance (แบ่งได้ 10ml)
หอมเมธัลลิค สดชื่น ตามสไตล์รูปร่างรถจากัวร์ที่ทันสมัย บ่งบอกถึงคนรุ่นใหม่
Jean Paul Gaultier Fleur du Male (แบ่งได้ 80ml) *IMO Unisex
เป็นน้ำหอมที่ต้องลองก่อนซื้อ เพราะบางคนชอบมาก บางคนส่ายหน้า สำหรับผมเอง ชอบมากครับ กลิ่นดอกไม้นำมาเลย โดยมีความเป็น Le Male ซ่อนอยู่แบบบาง ๆ จะได้กลิ่นมันโชยมาเป็นระยะ ๆ ตัวนี้ติดทน เข้มมาก จริง ๆ แค่ฉีดครั้งเดียวก็พอแล้วครับ
Kenneth Cole Reaction (แบ่งได้ 60ml) *IMO Unisex
ฉีดออกมาครั้งแรก ยิ้มเลยครับ สดชื่น ฟรุ๊ตตี้มาก ๆ จากนั้นจะเปลี่ยนไปตามระดับ เริ่มวู๊ดดี้มากขึ้น แต่คงความหวานไว้นิด ๆ
Kenneth Cole Signature (แบ่งได้ 80ml)
ตามคอนเซ็บที่ต้องการบ่งบอกถึงระดับ ตัวนี้ทำได้ดีในระดับหนึ่ง แปลกที่ไม่มีความวู๊ดดี้เหมือนกับฝาขวดที่ทำด้วยไม้ หอมแบบติดผิว ไม่กระจายมากนัก เหมาะกับค่ำคืนโรแมนติก
Kenzo Air (แบ่งได้ 20ml) *IMO Unisex
หอมแบบสายลม ธาตุอากาศ ไม่เหมือนใครจริง ๆ ตัวนี้ กลิ่นทนปานกลาง แต่ถ้าพูดถึงความโดดเด่นให้ 5 ดาวครับ
Lanvin L’Homme (แบ่งได้ 20ml) *IMO Unisex
หอม สดชื่น ผู้ปรุงแต่งบอกให้นึกถึงเสื้อเชิ้ตสีขาว ดูแล้วก็เหมาะกันดี มีกลิ่นอายมะนาวโดดออกมาตลอดเวลา กลิ่นนี้คล้าย ๆ Tiffany Sport แต่อ่อนกว่า
Lanvin Vetyver (แบ่งได้ 60ml) *IMO Unisex
Vetiver คือหญ้าแฝก เป็นส่วนผสมน้ำหอมที่เรียกได้ว่าแทบจะมีอยู่เกือบทุก ๆ กลิ่น ด้วยความสดชื่นแบบธรรมชาติของมัน ผู้ใส่จึงรู้สึกสบาย ๆ ชวนให้นึกถึงสนามหญ้า ภูเขา และสีเขียวอ่อน
Lucky Number 6 by Liz Claiborne (แบ่งได้ 80ml) *IMO Unisex
กลิ่นนี้หอมมากนะครับ คนอาจจะรู้จักยี่ห้อนี้น้อย แต่ของดีครับ ผมมี Lucky รุ่นขวดเขียวใส กลิ่นโมเดิร์นมาก ๆ และติดทน หากแต่ตัวนั้นจะคม ๆ บาดจมูกไปนิด แต่ตัวนี้หอมกว่า ได้กลิ่นพลัมแบบเต็ม ๆ หวานบาง ๆ ให้ความรู้สึก sensual มากครับ ฉีดออกมาจะหวาน ๆ ฟรุตตี้ สักพัก จะออกไปทางครีมมี่ครับ เหมาะกับการออกเดทมาก ๆ ลองดูจำนวนดาวที่ฝรั่งเขาให้กันนะครับ
http://www.perfumeemporium.com/mens-cologne/13737/Lucky-Number-6.html
M7 by YSL (แบ่งได้ 20ml)
กลิ่นแปลก ๆ แต่เป็นที่นิยม เป็นน้ำหอมตัวแรกตั้งแต่ Tom Ford เข้ามากุมบังเหียน YSL กลิ่นนี้แปลกจริง ๆ นำด้วยกลิ่นยา พวกยาแก้ไอทำนองนี้ ความหนาแน่นเป็นของโน้ตวู๊ดดี้ แต่เซ็กซ์ซี่มาก ๆ กลิ่นทนมาก ๆ ด้วยเช่นกัน แนะนำให้ลองก่อน เข้าข่าย Fleur du Male นะครับตัวนี้ ประเภท Love it or hate it
Montana D’homme (แบ่งได้ 60ml)
คนไทยแทบไม่รู้จัก ว่ากันว่าคล้ายกับ Aramis Havana ที่เลิกผลิตไปแล้ว เจ้า Havana นี่ขายกันแพงมากในอีเบย์ ด้วยความที่หายาก คนจังหันมาหา Montana ตัวนี้กัน (กล่องแดง) ซึ่งก็เลิกผลิตไปแล้ว แต่ถูกแทนที่ด้วยรุ่นใหม่ (กล่องฟ้า) ที่คนส่ายหัวกัน ขวดที่ผมมีคือรุ่นเก่านะครับ คล้าย Havana มีใบยาสูบเป็นเบส แสดงถึงความเป็นชาย ความสุขุม เหมาะกับคนอายุ 28 ขึ้นไปครับ
Pierre Cardin BLACK (แบ่งได้ 60ml)
เป็นกลิ่นสดชื่น ขัดกับกล่องและ concept สีดำ แต่จะว่าไป อาจจะไม่ขัดก็ได้ เพราะกลิ่นแนวเดียวกับ Sean John Unforgivable ขวดดำเลยครับ หอมพอ ๆ กัน แต่ Unforgivable จะมีระดับกว่านิดนึง ใครชอบกลิ่น citrus สดชื่น และเซ็กซ์ซี่ ใช้กลิ่นนี้ได้เลยครับ
Romeo Gigli Man (แบ่งได้ 30ml)
หอมแบบแห้ง ๆ สดชื่นแบบแห้ง ๆ มีบทกวีพิมพ์อยู่บนขวดด้วย ชวนให้นึกถึงทะเลทรายที่มีความสดชื่น (งงมั๊ยครับ)
Salvatore Ferragamo Incanto (แบ่งได้ 30ml)
หอมแบบฟลอรัล วู๊ดดี้ มีระดับ เมื่อร่างกายทำความร้อน กลิ่นจะตีขึ้นจมูกทุก ๆ 3 นาทีครับ เป็นกลิ่นที่ติดผิวน่ะครับ sillage ไม่แรง
Solo Loewe by Loewe (แบ่งได้ 80ml)
กลิ่นนี้ติดทนดีมาก เป็นกลิ่นที่สบาย ๆ วู๊ดดี้แบบเบา ๆ
Ted Lapidus (แบ่งได้ 80ml)
กลิ่นนี้เด่นด้วยสัปปะรดครับ แต่มาในแบบแมน ๆ เข้ม ๆ ทนมาก ๆ และกระจายดี เป็นแนวบ้าพลังยุค 80s ครับ ออกปี 1987 กลิ่นเต็มไปด้วยเครื่องเทศที่ทำให้มันจัดอยู่ในประเภท flowery, spicy scent มีความคล้ายกับน้ำหอมคลาสสิค Balenciaga ที่เลิกทำไปแล้ว สำหรับวัยรุ่นคงไม่ชอบกลิ่นนี้ครับ น่าจะ 28 ขึ้นไปที่ออกแนวขรึม ๆ หน่อยครับ ถ้าเป็นรุ่นพ่อ น่าจะชอบครับ ไม่ต้องใช้เยอะด้วย สเปรย์ 2 ครั้งก็พอแล้วครับ เพราะทนจริง ๆ และกระจายไปไกลทีเดียว ความชอบ 4 ความทน 5 ครับ
Witness by Jacques Bogart (แบ่งได้ 30ml)
น้ำหอมตัวนี้เลิกทำแล้วครับ (ออกมาในปี 1992) คงเป็นเพราะส่วนผสมที่หายาก เพราะกลิ่นไม่ได้ตกยุคเลย อยู่แนวเดียวกับพวก Vetiver by Guerlain และ The Third Man by Caron แต่ Witness จะ woody กว่า เข้ม แมน ๆ และหรูหราครับ เหมาะกับคนอายุ 30 ขึ้น แต่ 20 ปลาย ๆ ก็ได้ ขึ้นอยู่กับบุคลิคส่วนตัว เหมาะแก่การใส่ไปพบปะลูกค้าสร้างความน่าเชื่อถือและแสดงถึงความเอาจริงเอาจัง
XS by Paco Rabanne (แบ่งได้ 60ml)
ตัวนี้ทำเลียนแบบ Creed รุ่น Himalaya ครับ แต่กลิ่นกระจายกว่า โดดเด่นกว่าของหรูซะอีก แต่แน่นอน ส่วนผสมไม่ธรรมชาติเท่า Creed นะครับ กลิ่นนี้หาลองง่าย แต่คนไทยรู้จักกันเยอะครับเพราะออกมานานแล้ว กลิ่นสดชื่น ฟลอรัล วู๊ดดี้นิด ๆ ครับ
Versace Man Eau Fraiche (แบ่งได้ 60ml)
ผมว่าตัวนี้เป็น 1 ในน้ำหอมที่ดีที่สุดที่บรรจุในขวดสีฟ้าครับ หอมสดชื่น หวานนิด ๆ ไม่สดชื่นคม ๆ แบบเมธัลลิค กลิ่นติดทนมากครับ น้ำหอมอิตาลีขนานแท้เลยครับ
Versace The Dreamer (แบ่งได้ 20ml)
ตอนฉีดออกมาครั้งแรก จะคล้าย ๆ D & Gpour homme นิด ๆ ครับ แต่รอสักพัก กลิ่นจะเปลี่ยน เผยใบยาสูบออกมา หวานแบบคม ๆ ไม่เลี่ยน เหมาะกับชื่อเขาเลย The Dreamer เหมาะกับยามราตรี ดวงดาวเต็มฟ้า และการนึกถึงความหลัง
X Limited by Aigner (แบ่งได้ 14 ml) *IMO Unisex
หอมสะอาดมาเลยครับ ใกล้ ๆ กับ CK One แต่สดชื่นกว่า และหวานน้อยกว่า ข้างกล่องบอกว่า with coolness factor from River Rock ฟังดูดีมากเลยนะครับ ใช้ไปครั้งนึง ถือว่าพอใจทีเดียวครับ เพราะส่วนตัวไม่ชอบ CK One เท่าไหร่ เพราะคิดว่าเอนไปทางผู้หญิงมากกว่า แต่ตัวนี้ใช่เลยครับ


SET 3 - ราคาขวดละ 180บาท (10ml) และราคา 100 บาท (5ml)

Acqua di Parma Cipresso di Toscana (แบ่งได้ 40ml)
จากอิตาลีอีกแล้ว ของเขาแพงนะครับ โดยเฉพาะไลน์ Colonia ตัวนี้ออกแนวต้นสนครับ กลิ่นปนไปด้วยเครื่องเทศ สมุนไพร หอมแบบแปลก ๆ ลองนึกถึงหนังสือเก่า ๆ ดูครับ กลิ่นแบบอนุรักษ์มาก ๆ
Armani He (แบ่งได้ 60ml)
หอม สุขุม สดชื่น ไม่วู๊ดดี้นะครับตัวนี้
Burberry Weekend (แบ่งได้ 40ml) *IMO Unisex
หอมแบบขี้เล่น แนวเดียวกับ Escada Sentiment สบาย ๆ ตาม concept วันหยุดของเขา
Cuba Black (แบ่งได้ 80ml)
อีกกลิ่นที่น่าใช้ของ Cuba กลิ่นนี้ เขาเบลนด์มาได้น่าใช้ทีเดียว ทำให้ผมนึกถึงวันฝนตก กลิ่นบุหรี่จากคนที่เดินบนท้องถนน และเสื้อหนังสีดำ บวกกับภาพของผู้ชายที่กำลังครุ่นคิดถึงปัญหาบางอย่าง ซึ่งแสดงให้เห็นถึง sophistication และความคิดแนว bittersweet memory ถือเป็นน้ำหอมที่ dark and romantic ครับ กลิ่นติดผิวดีครับ
Cuba Gold (แบ่งได้ 80ml)
ครับ ก๊อปเจ้า Le Male มาเลย แต่ผมชอบตัวนี้มากกว่า เพราะ....กลิ่นเปิดมาหอมเลย ในขณะที่ Le Male กลิ่นเปิดแย่มาก แอลกอฮอล์เด่นชัด ต้องรอนานถึงจะหอม และพอหอมแล้ว ก็หนักจนเวียนหัว เคยฉีด 1 ครั้ง ก็แรงจนต้องเช็ดออก แต่ตัวนี้บางกว่า และหวานวานิลลาน้อยกว่า ใครชอบ Le Male แนะนำให้ลองเจ้านี่ครับ
Davidoff Echo Summer Fizz (แบ่งได้ 80ml)
คล้ายกับ Echo ดั้งเดิม เพียงแต่เพิ่มกลิ่นผลไม้ลงช่วง top note ตาม concept น้ำหอมตามฤดูกาล
Escada pour homme (แบ่งได้ 20ml)
กลิ่นนี้เหมาะกับ 35 อัพนะครับ ซื้อให้คุณพ่อก็ดีครับ กลิ่นยุค 80s ภูมิฐาน ผมเองไม่ถึง 30 ก็ใช้ครับ
Givenchy Greenergy (แบ่งได้ 30ml)
กลิ่นสดชื่นแบบไม่หวือหวา นิ่ง ๆ สงบ ๆ แต่มีระดับ ส่วนตัว ไม่รู้เป็นไร นึกถึงคนทำงานแบงค์เวลาใช้กลิ่นนี้ หายากด้วยครับตัวนี้
Halston Unbound (แบ่งได้ 60ml) *IMO Unisex
คล้าย Acqua di Gio แต่ติดทนกว่า ค่าย Halston มีชื่อเสียงในยุโรปและอเมริกามากนะครับ ตัวนี้ล่าสุดจากค่ายนี้เลย
Jacomo Rouge (แบ่งได้ 60ml)
หลาย ๆ คนต้องบอกว่านี่มัน Le Male ชัด ๆ แต่ไม่ใช่นะครับ กลิ่นอ่อนกว่า ใส่ง่ายกว่า ไม่หนักเท่า Le Male ใส่ไปทำงานได้สบาย ๆ กลิ่นทนทั้งวันครับ ผมชอบตัวนี้มากกว่า Le Male ครับ
Lacoste Cool Play (แบ่งได้ 40ml)
สดชื่นแบบฟรุ๊ตตี้ และเพิ่มมิติด้วยกลิ่นโทนวู๊ดดี้บาง ๆ ตามสไตล์เสื้อผ้าแนว casual ของ Lacoste สบาย ๆ ครับ
Moschino UOMO (แบ่งได้ 40ml)
หอมเย้ายวน หวาน ฟลอรัล กลิ่นกระจายดีมาก ฉีด 2 ครั้งก็พอครับ ของดีจากอิตาลี
Nikos (แบ่งได้ 60ml)
หอมแนว gourmand ครับ คล้าย ๆ Carlos Santana หอมดีครับ
Paris Hilton HEIR (แบ่งได้ 60ml) *IMO Unisex
หอมมะนาวแบบอ่อน ๆ สุขุม ๆ แต่ทันสมัย ใส่แล้วนึกถึงเชิ้ตสีขาว คอนโดแบบโมเดิร์น ๆ
Perry M (แบ่งได้ 20ml)
คล้าย Chanel Allure ครับ แต่หวานน้อยกว่า ติดทนมาก
Perry Black (แบ่งได้ 50ml)
แนวเดียวกับ Bvlgari Black กลิ่นลึกลับ น่าค้นหา มีกลิ่นหนังและใบยาสูบนำ
Realm (มีฟีโรโมน) (แบ่งได้ 30ml)
ตัวดังเลยครับ มีฟีโรโมนที่ว่าสามารถดึงดูดเพศตรงข้ามให้เข้าหา กลิ่นเบอร์รี่นำโดด ส่วนตัวไม่เคยทดลองหว่านเสน่ห์นะครับ
Rykiel Homme (แบ่งได้ 80ml)
มาใหม่ครับ ตัวนี้หอมหวาน ออกทางผลไม้ ชา และดอกไม้ครับ แต่มาแบบแมน ๆ สบายใจได้เลยครับ และที่สำคัญ ติดทนมาก ๆ
Rykiel Homme GREY (แบ่งได้ 50ml)
มาใหม่ครับ มาถึงวันที่ 21 มกรา 51 นี่เองครับ หอม playboy นิด ๆ ใช้แล้วรู้สึกดีมาก ๆ จัดอยู่ในกลุ่ม Escada Sentiment, Xeryus Rouge ประมาณนี้ครับ ติดทนทีเดียวครับ
Safari by Ralph Lauren (แบ่งได้ 80ml)
รู้จักกันดีนะครับ หอมแบบผู้ใหญ่ ๆ มีระดับ เหมาะกับการออกงาน
Versace Blue Jeans (แบ่งได้ 40ml)
ดังมากครับตัวนี้ มีใบยาสูบนำ ฟรุ๊ตตี้โน้ตก็เด่น และทนมาก ๆ ของดีจากอิตาลีอีกแล้ว
Yves Rocher Hoggar (แบ่งได้ 40ml) *IMO Unisex
หอมวู๊ดดี้แบบร้องแรง มีวานิลลาและ Tonka Bean เป็นเบสที่ทำให้หอมเซ็กซ์ซี่ น่ากัด กลิ่นทนมาก


SET 4 - ราคาขวดละ 140 บาท (10ml) และราคา 80 บาท (5ml)

Javari by The Body Shop (แบ่งได้ 70ml)
เป็นอีกเวอร์ชั่นนึงของ Le Male แต่ peppery กว่า อ่อนกว่าและไม่หวานเท่า
Of a Man by The Body Shop (แบ่งได้ 70ml)
สดชื่นแบบสะอาด ๆ จริง ๆ ครับ ถือว่าเป็นกลิ่นแนวสดชื่นที่ทนมาก ๆ
Preferred Stock by Coty (แบ่งได้ 30ml)
คนรู้จักน้อยมาก ตัวนี้ออกมานนแล้วจากค่าย Coty ที่ผลิตให้ David Beckham ด้วย ตัวนี้คล้าย ๆ Drakkar Noir ครับ หอม สะอาดแบบสบู่ ๆ และแมน ๆ
Samba (original) (แบ่งได้ 80ml) *IMO Unisex
มาในขวดดำ ลายหินสีเงิน เป็นตัวแรกของ Samba เขาเลย ทุกวันนี้ยังขายดีอยู่ กลิ่น floral และ sexy ดีครับ ให้ความรู้สึกสนุกสนานและออกไปทาง playboy นิด ๆ ผมว่ากลิ่นนี้จัดอยู่ในกลุ่ม unisex ได้สบาย ๆ ครับ

SET 5 - ราคาขวดละ 80 บาท (10ml) และราคา 50 บาท (5ml)

Fujiyama (แบ่งได้ 80ml)
หอมแนวเดียวกับ L’eau D’Issey แต่อ่อนกว่าและซับซ้อนน้อยกว่า สบาย ๆ ครับตัวนี้
John Player Special Silver (แบ่งได้ 80ml)
หอมฟรุ๊ตตี้ ๆ ออกเพลย์บอยเล็กน้อย
John Player Special Black (แบ่งได้ 80ml)
หอมลึกลับ แมน ๆ ทำให้นึกถึงนิลครับ
John Player Special Sport Man (แบ่งได้ 80ml)
หอมสปอร์ตสมชื่อเขาเลยครับตัวนี้
John Player Special Be Red (unisex) (แบ่งได้ 80ml)
หอมหวาน สไปซี่นิด ๆ เหมาะกับหญิงมากกว่าชายนิด ๆ ครับ
John Player Special Be Green (unisex) (แบ่งได้ 80ml)
หอมชาเขียวมาเลยครับ
John Player Special Be Blue (unisex) (แบ่งได้ 80ml)
ช่วงแรกคล้าย Davidoff Echo มากครับ แต่สักพักก็เป็นกลิ่นของมันเอง หอมสดชื่น สบาย ๆ
John Player Special Be Orange (unisex) (แบ่งได้ 80ml)
หอมแบบส้ม ๆ ครับ
Lacoste Essential Aftershave Lotion (แบ่งได้ 60ml)
ใครมีน้ำหอมตัวนี้ ลองเอา Aftershave ไปใช้ก็ดีนะครับ เป็นน้ำใส ๆ เหมือนน้ำหอม แต่มีสารเพิ่มความชุ่มชื้น ใช้กับผิวบริเวณอื่นก็ได้ครับ เพราะถ้าใช้กับบริเวณที่เพิ่งโกนหนวดได้ บริเวณอื่นก็ได้ครับ กลิ่นทนน้อยกว่า EDT เล็กน้อยเพราะเป็น aftershave
Kenneth Cole Signature Aftershave Lotion (แบ่งได้ 80ml)
ใครซื้อ EDT ของรุ่นนี้ เอา aftershave ไปด้วยก็ดีนะครับ เข้ากันดี ช่วยเสริมกลิ่น เป็นน้ำใส ๆ เหมือนกันครับ ไม่เหนียวเหนอะหนะ

SET พิเศษ – ราคาขวดละ 410 บาท (10 ml) และ 205 บาท (4 ml)

A Men by Thierry Mugler (แบ่งได้ 20ml)
เห็นว่าทาง Central เลิกนำเข้าแล้ว และราคาค่อนข้างสูงเพราะส่วนผสมเขาดีครับ ความเข้มข้นเป็นแบบ EDT ก็จริง แต่ผมมองว่ามัน EDP ชัด ๆ ทนสุด ๆ กลิ่นนี้ออกทาง gourmand ครับ มีกาแฟ ช๊อคโกแลตและวานิลลานำ หวานน่ากิน เหมาะกับอากาศเย็น ๆ นะครับ ใครทำงานออฟฟิศใช้ได้สบายครับ
Jaipur by Boucheron (แบ่งได้ 70ml)
น้ำหอมแพงจากค่าย Boucheron ครับ ค่ายนี้เน้นความไฮโซเป็นหลัก ดังนั้นจะเหมาะกับผู้ใหญ่ ๆ หน่อยนะครับ สำหรับกลิ่น oriental, floral และ woody อย่าง Jaipur จะเหมาะกับการใส่ออกงานมาก ๆ รวมถึงการพบปะทางธุรกิจที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือ กลิ่นติดทนมาก ๆ และใช้ของดีในการผสม ให้ 5 ครับ
L’Instant Extreme (EDP) หายาก (แบ่งได้ 30ml)
รุ่น EDP ของกลิ่นนี้หายากครับ มีแค่บางที่เท่านั้น ขนาดมะกันยังหาซื้อยากเลยครับ ค่าย Guerlain ผลิตน้ำหอมดีอยู่แล้ว ตัวนี้ออกหวานนิด ๆ วู๊ดดี้ มีวานิลลาและ tonka bean เป็นเบส มีระดับมากครับ ผมใส่ตัวนี้เวลาออกงาน ผมมองว่าไม่เหมาะกับการใส่ทุกวัน เพราะดูเอาจริงเกินไป กลิ่นทนมาก ๆ เพราะเป็นเบส EDP ครับ ความเข้มข้นน้ำหอมมี 12-15% ครับ
Guerlain Vetiver 90s หายากมาก (แบ่งได้ 20ml)
รุ่นพี่ (ปู่น่าจะเหมาะกว่า) จากค่ายเดียวกัน เขาเปลี่ยนสูตรมา 3 ครั้งแล้ว ตัวนี้เป็นรุ่นที่ 2 ที่ออกมาในยุค 90 และว่ากันว่าดีที่สุด เพราะไม่แก่เหมือนรุ่นแรก และติดทนกว่ารุ่นล่าสุด ผมจึงควานหามาครอบครอง (เลิกทำแล้ว) และก็ไม่ผิดหวัง ใครอยากรู้ว่ากลิ่นหญ้าแฟกที่เอามาปรุงเป็นน้ำหอมได้ดีเป็นอย่างไร ควรซื้อไปใช้ครับ ในโลกนี้มีคนเอาหญ้าแฝกมาเป็นตัวนำกลิ่นเยอะ แต่ส่วนมากทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ มีตัวนี้ครับ ที่ถือว่าติด Top 5 ของโลกครับ กลิ่นจะออกแบบธรรมชาติ ๆ ชวนให้นึกถึงใบไม้ ใบหญ้า ในขณะเดียวกัน ซ่อนไว้ด้วยความเคร่งขรึม ความเป็นทางการ มีมาด ภูมิฐาน เหมาะกับคนอายุ 30 ขึ้น (ที่ไม่ขี้เล่น)

Signature1

Photobucket

orange-escada-gigli-ungaro

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

น้ำหอมตัวอย่างเมื่อ decant เรียบร้อยแล้ว พร้อมแพคลงกล่อง

[IMG] (http://www.bloggang.com/data/benzac/picture/1201256068.jpg) (http://www.bloggang.com/data/benzac/picture/1201868243.jpg)  
 
จำนวนการชม : 82 ครั้ง

ลบ,แก้ไขประกาศ      เปลี่ยนเวลาปิดประมูล

 
       ประวัติการเสนอราคา
พ. 02 เม.ย 2551  16:39:57 (IP : 58.8.20.13?)    เริ่มต้น: การประมูลนี้ เป็นการประมูลแบบพิเศษ1 เสนอราคาได้เฉพาะสมาชิกติดต่อง่าย  หรือสมาชิกที่มี Feedback ชม 5 ครั้งขึ้นไป 
ยังไม่มีผู้เสนอราคา...  
การประมูลสิ้นสุดแล้ว
คุณสามารถปิดประกาศนี้ อีกครั้งโดยกดที่นี่:
(ส่งต่อให้เพื่อนของคุณ) (สินค้าอื่นๆของผู้ขาย)

[ เปิดประมูลสินค้า ] [ ปิดประกาศโฆษณา ]
[ ลงทะเบียน ] [ ดูผลการประมูล ] [ เปลี่ยนรหัสผ่าน ] [ ลืมรหัสผ่าน ] [ ดู feedback ] [ ตรวจสอบรายการประมูล ] [ เงื่อนไขในการให้บริการ ]